2007/Apr/18

ถึงพลอย..

คำถาม.. ทำไมแค่คบกันทางเน็ตถึงรักได้..?

ถ้าเป็นบุพเพสันนิวาส หมายถึงเคยอยู่ร่วมกัน และชาตินี้มาพบแล้วอยากถ้อยทีถ้อยอาศัย ถูกใจ อยากเกื้อกูลกัน เกิดความผูกพัน คบหาจริงจัง แล้วลงเอยที่การมาอยู่ครองเรือนอย่างมีความสุข ข้อนี้จะไม่มีความแตกต่างระหว่างการคบหาในเน็ตหรือนอกเน็ต พูดง่ายๆ คือ อินเตอร์เน็ตเป็นเพียงช่องทางให้คู่เก่ามาพบกันเท่านั้น ไม่ต่างจากที่คู่เก่าพบกันเพราะบ้านอยู่ใกล้ หรือเพราะบังเอิญไปวิ่งในสวนสาธารณะ หรือเพราะมาเจอในงานแต่งงานเพื่อน

ถ้าไม่ใช่บุพเพสันนิวาสอาละวาดถึงที่สุด ก็อาจออกทำนองที่ว่าคุยกันทางเน็ตแล้วปิ๊ง ยิ้มแย้มชุ่มฉ่ำหัวใจพองโตไปทั้งวัน แต่พอเจอกันจริงๆกลับยิ้มไม่ออก หัวใจห่อเหี่ยวแบบสูบลมอย่างไรก็ไม่ขึ้น คบไปคบมาเดี๋ยวเดียวก็เบื่อ และกลายเป็นเพื่อนทางเน็ตกันต่อแบบไม่มีการรอสัมพันธ์ขั้นอื่นอีก อย่างนี้ประกันได้ว่าคู่นั้นเจอโรคหลงเพ้อโดยอาศัยอินเตอร์เน็ตเป็นพาหะแพร่เชื้อแน่แล้ว

อันนี้เราก็ต้องมาทำความเข้าใจกันดีๆว่ารูปแบบความสัมพันธ์ผ่านตัวอักษรมันมีฤทธิ์มอมเมาเราได้อย่างไร เมื่อทำความเข้าใจอย่างดีก็จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอ และไม่ต้องเสียเวลาก่อร่างสร้างรักจอมปลอมให้เนิ่นนานเกินไป

ความเข้าใจข้อแรก คือไม่มีอะไรสะเทือนอารมณ์ได้แรงกว่าจินตนาการของเราเอง สิ่งใดก่อจินตนาการขึ้นในหัวคุณได้เข้มข้นและต่อเนื่อง สิ่งนั้นชนะใจคุณไปทั้งหมดหรือเกือบหมดสิ้นแล้ว การที่คุณเริ่มรู้จักใครสักคนแบบไม่รู้หน้า แต่รู้ความคิดของเขา มันทำให้คุณก้าวข้ามขั้นตอนการตัดสินกันอย่างผิวเผินด้วยตาเปล่า เดินทะลุเข้าไปถึงเนื้อแท้ทางจิตใจของอีกฝ่ายโดยตรง ภาษาของใครเป็นอย่างไร หน้าตาของเขาในจินตนาการของเราก็เป็นไปตามนั้น นี่เป็นหลักกรรมวิบากดีๆ นี่เอง ถ้าพูดดี พูดฉลาด พูดคม พูดให้คนฟังเป็นสุข ผลจะเป็นใบหน้าโสภาน่าพิสมัย แม้วิบากยังไม่ปรากฏชัดๆ เหมือนเกิดใหม่ในชาติหน้า แต่ก็แจ่มจ้าในมโนทวารของคนฟังหรือคนอ่านอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ถ้าคุณติดกับจินตนาการของตัวเอง ก็เท่ากับคุณหลงรักเทวดานางฟ้าบนวิมานในอากาศซึ่งอาจจะไม่เคยมีตัวตนตามฝันเลยก็ได้

ความเข้าใจข้อที่สอง คนเราชอบการค้นพบน่าระทึก การเริ่มต้นสื่อสารผ่านเน็ตมีอะไรให้ลุ้นเยอะ ตัวตนที่แท้จริงจะเหมือนตัวอักษรที่เขาระบายให้เห็นไหม หน้าตาของเขาจะหล่อหรือสวยกว่าที่คุณคิดแค่ไหน น้ำเสียงจะสะกดให้อยากนิ่งฟังเพียงใด ฐานะทางบ้านรวยหรือจนกว่ากัน การลุ้นนั่นแหละครับทำให้ใจคุณจดจ่อกับเขาได้เรื่อยๆ ซึ่งการจดจ่อกับใครอยู่เรื่อยๆก็คืออาการเดียวกับการครุ่นคิดหรือเฝ้าฝันถึงคนรักนั่นเอง เมื่อใจใครจดจ่อกับใครจนรู้สึกถึงแรงดึงดูดระหว่างกัน แรงดึงดูดนั้นก็ให้รสเป็นสุขที่น่าพิศวง ต่างฝ่ายต่างจะอุปาทานไปว่ารักกันอย่างเหลือล้น ก็เพราะความสุขซึ่งเกิดจากใจทะยานไปค้นหาให้ถึงที่สุดนั่นเอง ยิ่งคบกันแบบไม่พบเจอนานเท่าไหร่ ความผูกพันบนรากฐานของการรอค้นพบขั้นสุดท้ายยิ่งเหนียวแน่นมากขึ้นเท่านั้น

ความเข้าใจข้อที่สาม (ซึ่งไม่ใช่ข้อสุดท้าย แต่นำมากล่าวไว้ท้ายสุดในที่นี้) เมื่อใดกำแพงทิฐิต่ำ คนเราจะคบกันด้วยความรู้สึกสบายใจและเป็นตัวของตัวเอง การคุยทางเน็ตจะทำให้คุณรู้สึกว่าต้องระวังตัวน้อยลง ถ้าไม่ถูกใจก็แค่เลิกคุยกัน แตกต่างจากการคบหาแบบเห็นหน้า ที่ถ้าทอดสนิทแล้วตัดสัมพันธ์ยากกว่ากันเยอะ เรื่องผลประโยชน์ทางการเงินหรือความหวังประโยชน์ทางเพศนั้น ถ้าจะมีก็ถูกยืดเวลาให้ห่างออกไป ความสบายใจกับการเปิดอกคุยได้ทุกเรื่องนี่แหละตัวที่ทำให้สำคัญว่าเป็นความรักได้เหนือสิ่งอื่นใด เพราะคนส่วนใหญ่หวังมากที่สุดคือเจอใครสักคนที่คุยถูกคอ ทำให้หายเหงา แถมไม่ต้องคิดมากกับสัมพันธภาพใดๆ ไม่มีข้อผูกมัดแน่นหนาเพียงด้วยตัวอักษร

จะเห็นว่าเฉพาะคุณสมบัติหลักๆของการสื่อสารผ่านเน็ตดังกล่าวมา ก็เพียงพอจะถักทอให้เกิดความผูกพันและสายใยความรู้สึกดีๆไม่มีจำกัด ได้ยินจนเบื่อแล้วว่าพบรักข้ามโลก ยอมโยกย้ายถิ่นฐาน ยอมเรียนภาษาของแฟน ก็เพียงเพราะพบรักทางอินเตอร์เน็ต (ถ้าอุปสรรคมากนัก ผมไม่ให้คะแนนว่าเคยทำบุญร่วมกันมาแน่นหนานัก แต่อาจต่างฝ่ายต่างเป็นคนมีบุญ และสามารถเข้ากันได้โดยธาตุนิสัย)

สรุป ความรู้สึกอบอุ่นใจทางเน็ตก็ดี ความวาบหวามกับคำพูดเล็กๆน้อยๆที่แสดงความอาทรผ่านเน็ตก็ดี เสน่ห์น่าติดหลงของคนที่คุณไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นอย่างไรก็ดี เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยบุพเพสันนิวาส ฉะนั้นอย่าแปลกใจหากเจอตัวจริงแล้วคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเหมือนกับที่เคยรู้สึกยามสนทนากันผ่านเน็ต เพราะในชาติใกล้เขากับคุณอาจไม่ร่วมบุญมากพอจะทำให้รู้สึกดียามเคียงกัน อินเตอร์เน็ตอาจเปรียบเหมือนชาติก่อนทางอารมณ์ เป็นทุนให้คุณคบกันด้วยความเข้าอกเข้าใจง่ายกว่ารูปแบบการคบหาปกติ แต่ไม่เป็นประกันว่าการคบหาปกติจะรักษาความรู้สึกดีๆเมื่อครั้งยังคุยกันทางเน็ตไว้ได้

และสำหรับท่านสุภาพสตรี เดี๋ยวนี้เท่าที่ทราบมีเยอะนะครับ ผู้ชายปากหวานทางเน็ตเพื่อหวังผลทางเพศท่าเดียว คดีอาชญากรรมทางเพศที่มีชนวนมาจากเน็ตนั้น สืบๆแล้วพวกเสือหิวมักเห็นว่าเป็นช่องทางที่ลงทุนต่ำ แถมไม่ต้องปรากฏโฉมเป็นที่รู้จักของญาติมิตรฝ่ายสาว ขอเพียงจิตวิทยาดี ล่อลวงมาพบกันสองต่อสองได้ โอกาสจะมอมยาหรือหลอกพาไปไหนต่อไหนก็สะดวก พอเกิดคดีสะเทือนขวัญก็สืบหาตัวยากด้วยประการฉะนี้

ที่สุดคืออย่าเชื่อใจใครง่ายๆ การแฝงตัวอยู่ในเน็ตของทรชนนั้นทำได้ง่าย และถ้าทำเป็นอาชีพแล้วย่อมเกิดทักษะความชำนาญ ความแยบยล คุณรู้เสียที่ไหนว่าระหว่างปากหวานกับคุณเขาปากหวานกับอีกกี่คนพร้อมกัน ฉะนั้นต่อให้เคยโทร.คุยกันแล้ว เหมือนไว้ใจกันได้แล้ว นัดครั้งแรกก็ควรพาเพื่อนหรือพี่น้องไปด้วยเยอะๆ โอกาสเกิดคดีล่อลวงอนาจารจะได้ลดน้อยลง อย่างน้อยก็มีคนเห็นหน้าเห็นตาเขาถนัดถนี่ จะลงมือคงยั้งคิดบ้างครับ

จาก เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว

พาย.

2007/Mar/27

. .

พ า ย . .

คิดอยู่นานว่าจะเขียนจดหมายหาพายดีไหม?

เราไม่ได้คุยกันนานแล้วนะ ตั้งแต่ฉันเดินออกมาจากที่นั่น.. บ้านของพายไง

. .

. .

ในวันที่ฉันจากมา เราแทบไม่ได้พูดอะไรกันมากเลย เหมือนทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราต่างเข้าใจกันดีอยู่แล้ว

สักวัน..เราก้ต้องแยกจากกัน และฉันก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของพายตลอดไปไม่ได้...ถูกไหม?

. .

. .

ขอบคุณนะที่ช่วยเหลือ.. ขอบคุณนะที่ให้พักพิง

ถ้าฉันไม่เจอพายคงแย่

. .

. .

"เคยมีคนบอกพายไหมว่าเป็นคนที่น่าโมโหที่สุด"

ฉันถามพายแบบนี้ และพายตอบฉันว่า

"เคยมั้ง"

ที่จริงแล้วที่ฉันอยากพูดจริง ๆ คือ

"เวลาพายไม่อยู่ฉันเหงามากเลยนะรู้ไหม?"

. .

. .

ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน มันสดใสดีนะ.. เพราะพายนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นอย่างนั้น

. .

. .

จดหมายฉบับนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความรู้สึกอยากทักทาย..

อยากบอกว่าขอบคุณ.. และอยากบอกว่าคิดถึง

อืม... ไม่ผิดหรอก "ฉันคิดถึงพายนั่นแหละ"

. .


2007/Feb/20



หากกู่ร้องกรีดก้องกระหึ่มฟ้า
แล้วความเจ็บเวทนามันจางหาย
ก็เชิญเถิดเชิญเจ้าตามสบาย
ขออย่าคร่ำร่ำไห้ให้นานนม

ใครใครในโลกล้วนเคยพลั้งพลาด
รอยเปื้อนปาดน้ำตาจากเคยล้ม
เจ็บแล้วลุกลุกแล้วกลั้นความตรอมตรม
ไห้ให้สมแล้วอย่าจมจนใจราน


เป็นห่วงนะเจ้ารู้ไหมใครเขาห่วง
" รัก " เล่นลวงมายาด้วยภาพหวาน
หยุดนึกคิดหยุดคิดถึงเถอะนงคราญ
ใจที่รานหากต้องลาญ..ใจข้าเอง..

พาย..

"เป็นห่วง...รู้ไหมคะ" เวลาเดียวกันกับที่ผม.. พิมพ์บรรทัดที่เก้า..

edit :
อืม.. " ไอ้บ้า! " เพิ่งเข้าใจ.. ว่าเข้าใจผิด

แท้จริง.. ต้นเหตุมาจากอะไร..

นั่นคงเพียงพอที่ทำให้..

ประโยคที่สิบสองเป็นจริง..

ขอโทษนะครับ


edit @ 2007/02/21 00:09:48